เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? ถ้ายังไม่รู้ ระวังเสียเงินเกินจำเป็น
05-25-2025

เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? ถ้ายังไม่รู้ ระวังเสียเงินเกินจำเป็น

หลายคนเริ่มต้นเปิดบริษัทด้วยไฟและความฝัน แต่กลับสะดุดกับเรื่องที่ดูเหมือนจะ “ยิบย่อย” อย่างภาษี ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ หากคุณยังไม่แน่ใจว่า เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไล่เรียงภาษีสำคัญแบบเข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำเพื่อไม่ให้ต้องจ่ายเกินจำเป็นค่ะ

ประเภทภาษีที่ธุรกิจต้องเสีย

การเปิดบริษัทในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด SME หรือบริษัทมหาชน ต้องรู้จักภาษีพื้นฐานเหล่านี้ให้ดีก่อนนะคะ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีที่จัดเก็บจาก “กำไรสุทธิ” ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในแต่ละปี โดยทั่วไปบริษัทต้องยื่นแบบภาษีปลายปี (ภ.ง.ด.50) และประมาณการครึ่งปี (ภ.ง.ด.51)

สำหรับบริษัท SME

หากเข้าเงื่อนไข (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี) จะได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันได:

  • กำไรไม่เกิน 300,000 บาท: ยกเว้นภาษี
  • 300,001 – 3,000,000 บาท: เสียภาษี 15%
  • เกิน 3,000,000 บาท: เสียภาษี 20%

สำหรับบริษัทมหาชน

บริษัทขนาดใหญ่ หรือที่จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน (มหาชนจำกัด) ซึ่งมักมีทุนจดทะเบียนสูงและเสนอขายหุ้นแก่ประชาชน จะต้องเสียภาษีในอัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิ ตั้งแต่บาทแรก ไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนแบบ SME

หมายเหตุ: บริษัทมหาชนสามารถดูได้จากชื่อบริษัทที่มีคำว่า “มหาชนจำกัด” ต่อท้าย และมักมีหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

อ่านเพิ่มเติม: รายได้เท่าไหร่ควรจดบริษัท ถึงจะคุ้มค่า และไม่เสียภาษีเกินจำเป็น

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการขายสินค้า/บริการทั่วไป อัตราปัจจุบันคือ 7% โดยบริษัทที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือน

อ่านเพิ่มเติม: การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ? รายได้เกิน 1.8 ล้าน แต่ไม่ได้จด vat

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

บริษัทที่จ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือดอกเบี้ย ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่าย และนำส่งให้กรมสรรพากร ตัวอย่างอัตราเช่น:

  • ค่าขนส่ง: หัก 1%
  • ค่าบริการทั่วไป: หัก 3%
  • ค่าเช่าสำนักงาน: หัก 5%
  • เงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น: หัก 10%

อ่านเพิ่มเติม: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? จริงๆ แล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องกี่เปอร์เซ็นต์

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

จัดเก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ธนาคาร บริษัทประกันชีวิต หรือการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร หากบริษัทไม่ได้อยู่ในธุรกิจเหล่านี้ โดยทั่วไปจะไม่ต้องเสีย

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีป้าย

สองภาษีนี้มักถูกมองข้าม เพราะไม่ใช่ภาษีที่จัดเก็บโดยกรมสรรพากรโดยตรง แต่หากมีทรัพย์สินหรือป้ายโฆษณาในชื่อบริษัท ก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

จัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือ อบต. เป็นภาษีประจำปีที่คิดตามมูลค่าและลักษณะการใช้ประโยชน์ของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น:

  • ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม หรือให้เช่า: อัตราภาษีสูงกว่าที่อยู่อาศัย
  • บริษัทไม่มีสิทธิลดหย่อนแบบบุคคลธรรมดา
  • หากไม่ชำระตามกำหนด อาจถูกเรียกเก็บย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ

หลาย SME ที่ใช้บ้านหรือที่ดินส่วนตัวทำธุรกิจ อาจเลือกจดทรัพย์สินในชื่อบริษัทเพื่อความเป็นทางการหรือใช้เป็นหลักประกัน แต่ต้องพิจารณาผลกระทบเรื่องภาษีด้วย

ภาษีป้าย

ภาษีนี้จัดเก็บจากป้ายที่แสดงชื่อบริษัท ป้ายโฆษณา หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ซึ่งติดตั้งอยู่หน้าร้าน อาคาร หรือสำนักงาน

  • บริษัทที่มีป้ายแสดงชื่อธุรกิจ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ จะต้องยื่นแบบและชำระภาษีป้ายเป็นประจำทุกปี
  • อัตราภาษีขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อความที่ใช้ และขนาดพื้นที่ของป้าย
  • ป้ายที่มีภาษาต่างประเทศหรือโลโก้ร่วมด้วย อาจเข้าข่ายเสียภาษีในอัตราสูงกว่าป้ายทั่วไป
  • หากไม่ยื่นแบบตามกำหนด อาจถูกเรียกเก็บย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

แม้จะดูเป็นภาษีเล็กน้อย แต่การละเลยเรื่องนี้อาจกลายเป็นภาระที่สะสมโดยไม่รู้ตัวนะคะ

เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

ยื่นภาษีบริษัท มีอะไรบ้าง

การยื่นภาษีของบริษัทไม่ได้ทำแค่ปีละครั้ง ต้องมีวินัยและรู้รอบกำหนดเวลาสำคัญค่ะ รวมถึงแบบฟอร์มที่ต้องยื่นต่อกรมสรรพากร ดังนี้

  • ภ.ง.ด.50: ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี)
  • ภ.ง.ด.51: ยื่นประมาณการภาษีครึ่งปี (ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นครึ่งปีแรก)
  • ภ.พ.30: รายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายเดือน
  • ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53: รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากค่าบริการ ค่าเช่า ฯลฯ (รายเดือน)
  • ภ.ง.ด.1: รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนพนักงาน (หากมีลูกจ้าง)
  • ภ.ธ.40: สำหรับบริษัทที่อยู่ในข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร

การยื่นล่าช้าหรือไม่ยื่นตามกำหนด อาจถูกปรับและคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีค้างชำระค่ะ

สรุปภาษีที่บริษัทต้องรู้

การเปิดบริษัทไม่ใช่แค่เรื่องการขายหรือให้บริการ แต่ยังต้องมีความเข้าใจเรื่องภาษีอย่างรอบด้านด้วยนะคะ ภาษีเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทุกบริษัทควรปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงด้านต้นทุนในระยะยาว

  • บริษัทต้องเข้าใจภาษีพื้นฐาน เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล, VAT, และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • SME ที่เข้าเกณฑ์จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีมากกว่าบริษัททั่วไป
  • หากมีทรัพย์สินหรือป้ายชื่อบริษัท ต้องจัดการภาษีที่ดินและภาษีป้ายให้ถูกต้อง
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะเกี่ยวข้องเฉพาะบางธุรกิจ เช่น ธนาคารหรืออสังหาริมทรัพย์
  • การยื่นภาษีมีทั้งรายปีและรายเดือน ควรจัดระบบบัญชีให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
  • วางแผนภาษีที่ดี ช่วยลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

การจัดการภาษีไม่ใช่แค่เรื่องของการยื่นให้ครบตามกำหนด แต่คือการวางระบบที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคง หากคุณต้องการทีมที่ดูแลเรื่องบัญชีและภาษีให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการได้ที่ รับทำบัญชีรายเดือน ปิดงบประจำปี

PK Accountant

อ่านมากที่สุด

ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ไม่ปวดหัวและเข้าใจง่ายที่สุด
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? จริงๆ แล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องกี่เปอร์เซ็นต์
จดบริษัทกี่คน ทุนจดทะเบียนบริษัทขั้นต่ำต้องกี่บาท ถึงจะจัดตั้งได้
หจก กับ บริษัท ต่างกันอย่างไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนจัดตั้ง
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คิดยังไง มาดูตัวอย่างการคำนวณกัน
วิธีกรอกฟอร์มใบหัก ณ ที่จ่าย และตัวอย่างใบหัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกต้อง
การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ? รายได้เกิน 1.8 ล้าน แต่ไม่ได้จด vat
จดทะเบียนบริษัท 2 คน ได้จริงไหม และทุนจดทะเบียนบริษัท ต้องเท่าไหร่
การทำบัญชีมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร
ข้อดีและประโยชน์ของ การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย